Guideline

วิทยาสารสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย
Journal of the Thai Association of Orthodontists

วัตถุประสงค์ของวิทยาสาร

     วิทยาสารสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย เป็นวิทยาสารของสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย เริ่มเผยแพร่ตั้งแต่ พ.ศ. 2545 เพื่อเผยแพร่ความรู้ความก้าวหน้าทางวิชาการจัดฟัน วิทยาศาสตร์พื้นฐานที่น่าสนใจตลอดจนส่งเสริมการศึกษา และการวิจัยทางด้านทันตกรรมจัดฟัน

คำแนะนำสำหรับผู้เขียนบทความ

ประเภทของบทความ

     1. บทวิทยาการ (Original articles) คือ บทความที่เขียนขึ้นจากงานวิจัยของตนเอง มีการกำหนดปัญหา และวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน มีการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ สรุป และอภิปรายผลการวิจัย อันนำไปสู่ ความก้าวหน้าทางวิชาการ ที่ยังไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารหรือหนังสืออื่น
     2. บทความปริทัศน์ (Review articles) คือ บทความที่รวบรวมนำเอาความรู้ทางวิชาการในเรื่องใดเรื่องหนึ่งจากวารสารหรือหนังสือต่างๆ มาวิเคราะห์ วิจารณ์เปรียบเทียบกัน เพื่อให้เกิดความกระจ่างในเรื่องนั้นยิ่งขึ้น และเป็นบทความที่ยังยังไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารหรือหนังสืออื่น
     3. รายงานผู้ป่วย (Case Reports) คือ รายงานเกี่ยวกับอาการ การวินิจฉัย การรักษา และการติดตามผู้ป่วยที่มีความน่าสนใจ และยังไม่เคยตีพิมพ์ในวารสาร หรือหนังสืออื่น
     4. ปกิณกะ (Miscellany) คือ บทความทั่วๆไป บันทึกสั้นๆ หรือสารติดต่อสั้นๆ ข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะ ข่าวที่เป็นประโยชน์

การส่งบทความ

     ให้ส่งบทความผ่านระบบการส่งบทความออนไลน์ของสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย (http://159.65.3.231/submission/) โดยมีไฟล์ ดังนี้

     1. ไฟล์บทความ (manuscript) เป็น Word file (.doc หรือ .docx) ที่ไม่ปรากฎชื่อและข้อมูลของผู้เขียน โดยประกอบด้วย [1.] ชื่อบทความ (title) ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ [2.] บทคัดย่อ (abstract) และคำสำคัญ (keywords) ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ [3.] รูปภาพและตาราง รวมถึงคำอธิบายรูปภาพและตาราง เป็นภาษาไทย กรณีที่ส่งบทความภาษาไทย หรือ เป็นภาษาอังกฤษ กรณีที่ส่งบทความภาษาอังกฤษ โดยแทรกอยู่ในบทความที่เกี่ยวข้องกับรูปภาพและตารางดังกล่าว

     ***ไฟล์บทความต้องไม่ปรากฎชื่อ หรือสถานที่ที่สามารถระบุความเกี่ยวข้องกับผู้วิจัยได้ รวมถึงคำขอบคุณ (acknowledgement) หากมีการพิมพ์ลงในส่วนของบทความให้พิมพ์ xxx หรือ เว้นว่างไว้ ในส่วนที่อาจระบุตัวตน หรือ สถานที่ เช่น งานวิจัยนี้ได้การพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ จากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยxxx เป็นต้น

     2. จดหมายนำส่ง (cover letter) และกล่าวถึงในส่วนของผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interest) ของงานวิจัย พร้อมลงลายมือชื่อผู้รับผิดชอบบทความ และสถานที่ติดต่อกลับทั้งนี้ผู้เขียนควรมีสำเนาเอกสารและข้อมูลทั้งหมดเก็บไว้เพื่ออ้างอิง

     3. ข้อมูลผู้แต่งทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ โดยประกอบด้วยชื่อผู้เขียน วุฒิการศึกษา ตำแหน่ง และสถาบันที่ทำงาน พร้อมที่อยู่ที่สะดวกให้ติดต่อทางไปรษณีย์ รวมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรสาร E-mail และแหล่งเงินทุน (ถ้ามี) ในกรณีที่มีผู้เขียนมากกว่า 1 คน ให้เขียนเรียงลำดับก่อนหลังตามความสำคัญในการร่วมกันทำวิจัยหรือค้นคว้า ข้อมูลผู้แต่งภาษาอังกฤษ ให้พิมพ์ข้อความที่ตรงกันกับข้อมูลภาษาไทยทุกประการ

     4. รูปภาพ (.tiff หรือ .esp หรือ .jpg) และคำอธิบายรูปภาพ โดยแยกทีละไฟล์

     5. ตาราง และคำอธิบายตาราง โดยแยกทีละไฟล์

     6. อื่นๆ เช่น คำขอบคุณ (acknowledgement) เป็นส่วนที่กล่าวขอบคุณต่อองค์การ หน่วยงาน หรือบุคคลที่ให้ความร่วมมือในการวิจัย

     7. กรณีที่บทความได้รับการพิจารณาให้ตีพิมพ์ ให้ผู้เขียนส่งบทความต้นฉบับที่แก้ไขครั้งสุดท้าย พร้อมกรอกแบบมอบลิขสิทธิ์ (copyright form) ในการจัดพิมพ์ (ดูหัวข้อลิขสิทธิ์)

การเตรียมบทความ

     1. การพิมพ์ ให้ใช้แบบอักษร (font) สไตล์ Angsana New ขนาดตัวอักษร 16 และมีระยะห่างระหว่างบรรทัดสองช่อง (double spacing) ใช้กระดาษขนาดเอสี่ (A4 หรือ 1 × 29.7 ซม.) โดยให้พิมพ์ห่างจากขอบทุกด้านอย่างน้อย 1 นิ้ว หมายเลขหน้าให้อยู่ที่มุมขวาบน บทความส่วนที่เป็นเนื้อหาควรมีความยาวไม่เกิน 3000 - 4500 คำ โดยไม่นับรวมคำอธิบายรูปภาพ ตาราง กราฟ และเอกสารอ้างอิง

     2. ศัพท์ภาษาไทยที่ใช้ให้ยึดถือตามพจนานุกรมภาษาไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ส่วนศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้ปนกับภาษาไทยนั้นให้พยายามแปลเป็นภาษาไทยเท่าที่จะทำได้ โดยเขียนคำเดิมกำกับไว้ในวงเล็บเฉพาะครั้งแรกที่กล่าวถึง หากคำใดที่รับรองโดยราชบัณฑิตยสถานแล้ว ให้ใช้คำนั้นแทน กรณีที่ไม่มีคำแปล ให้ใช้วิธีการเขียนทับศัพท์ ตามเกณฑ์การทับศัพท์ฉบับราชบัณฑิตยสถาน และวงเล็บคำเดิมกำกับไว้เฉพาะครั้งแรกเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ สาราณียกรมีสิทธิปรับเปลี่ยนแก้ไขคำศัพท์เพื่อให้เกิดความเข้าใจต่อผู้อ่าน

     3. การระบุซี่ฟัน อาจใช้การเรียกชื่ออย่างเดียว เช่น ฟันตัดซี่กลางบนขวา (หรือ upper right central incisor ในบทความภาษาอังกฤษ) หรือใช้สัญลักษณ์เพื่อระบุซี่ฟัน โดยให้เป็นไปตามระบบ FDI แบบ two digit system และมีชื่อในวงเล็บต่อท้ายเฉพาะครั้งแรกที่กล่าวถึง เช่น ฟันซี่ 11 (ฟันตัดซี่กลางบนขวา)

     4. คำย่อและสัญลักษณ์ ใช้เฉพาะคำย่อมาตรฐาน (standard abbreviation) โดยไม่ควรใช้คำย่อในส่วนของชื่อเรื่องและบทคัดย่อ คำเต็มของคำย่อควรอ้างไว้ต่อท้ายคำย่อในครั้งแรกที่ปรากฎในเนื้อเรื่อง ยกเว้น คำย่อที่เป็นหน่วยมาตรฐานในการวัด

     5. ภาพประกอบ (image) ให้แทรกใส่ลงในบทความที่เกี่ยวข้องกับรูปภาพดังกล่าว และแยกเป็นไฟล์ต่างหากอีกครั้งหนึ่ง โดยใช้รูปแบบใดก็ได้ (.tiff หรือ .eps หรือ .jpg) ที่สามารถเปิดได้ด้วยโปรแกรมการจัดการภาพ (Adobe Photoshop) และความละเอียดของภาพต้องไม่น้อยกว่า 300 ดีพีไอ (dpi)

     6. ตาราง (table) และกราฟ (graph) ให้แทรกใส่ลงในบทความที่เกี่ยวข้องกับตารางหรือกราฟดังกล่าว และแยกเป็นไฟล์ต่างหากอีกครั้งหนึ่ง โดยจัดทำเป็นไฟล์หน้าละ 1 ตารางหรือกราฟ

รูปแบบการเขียนบทความ

     1. ชื่อเรื่อง (title) ภาษาไทยและอังกฤษ เป็นข้อความสั้นที่บ่งชี้ให้เห็นสาระสำคัญของเนื้อหา บทความ ซึ่งไม่ควรยาวเกินไปและหลีกเลี่ยงการใช้คำย่อ โดยชื่อเรื่องภาษาอังกฤษมีข้อความที่ตรงกันกับชื่อเรื่องภาษาไทยทุกประการ

     2. บทคัดย่อ (abstract) พิมพ์บทคัดย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ประกอบด้วย ความสำคัญ วัตถุประสงค์ (objectives) วัสดุอุปกรณ์และวิธีการ (materials and methods) ผลการวิจัย (results) บทคัดย่อมีความยาวไม่เกิน 250 คำ โดยไม่ระบุสิ่งใดๆ ที่มิได้ปรากฎในเนื้อเรื่อง ไม่ต้องอ้างอิงเอกสารรูปภาพ หรือตารางใดๆ และไม่มีข้อสรุปจากการวิจารณ์ (discussion) ท้ายบทคัดย่อให้มีคำสำคัญ (keywords) จำนวน 3 – 5 คำ โดยเรียงคำสำคัญตามลำดับตัวอักษร การระบุซี่ฟัน ให้เขียนเป็นชื่อแทนการใช้สัญลักษณ์ในบทคัดย่อภาษาไทย โดยไม่ใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษ ใช้วิธีการแปล หรือเขียนทับศัพท์เป็นภาษาไทย โดยไม่ต้องวงเล็บคำเดิม

     3. เนื้อเรื่อง (text) ใช้ได้ทั้งภาษาไทยล้วนหรือภาษาอังกฤษล้วน โดยมีการลำดับหัวข้อของเนื้อบทความดังนี้
          3.1 บทนำ (introduction) ไม่ควรยาวจนเกินไป และให้อ่านเข้าใจง่าย โดยบอกถึงลักษณะของปัญหาที่นำมาทดลองหรือศึกษาวิจัย โดยเน้นถึงสถานภาพของความรู้ในตอนเริ่มการวิจัย บอกวัตถุประสงค์ ขอบเขต และวิธีดำเนินการวิจัย และควรมีการปริทัศน์ (review) เอกสารใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ทำการวิจัย

          3.2 วัสดุอุปกรณ์และวิธีการ (materials and methods) กล่าวถึงรายละเอียดของวัสดุและอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ที่ใช้ในการวิจัย สำหรับวิธีการนั้นต้องอธิบายถึงวิธีทดลอง การสังเกต หรือวิธีการที่ได้ข้อมูลนั้นมา รวมทั้งขั้นตอนต่างๆ ของการทดลอง และควรระบุถึงสถิติที่ใช้ในการทดลองด้วย (ถ้ามี)
          3.3 ผลการวิจัย (results) เป็นการเสนอผลที่ได้จากการทดลองหรือศึกษาวิจัยควรจำแนกผลออกเป็นหมวดหมู่และสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ของบทความ ผลอาจเสนอในรูปแบบต่างๆ ได้ เช่น ตาราง กราฟ รูปภาพ เป็นต้น
          3.4 บทวิจารณ์ (discussion) สามารถวิจารณ์ได้ตั้งแต่วัตถุประสงค์ วัสดุอุปกรณ์และวิธีการ และที่สำคัญคือผลที่ได้จากการทดลอง เปรียบเทียบผลการทดลองที่ได้กับผลการศึกษาที่ผู้อื่นเคยรายงานไว้ รวมทั้งชี้แนะการนำผลไปใช้ให้เกิดประโยชน์ นอกจากนี้ในบทวิจารณ์อาจเขียนถึงข้อดีข้อเสีย ปัญหาและอุปสรรคของ การวิจัย ตลอดจนข้อเสนอแนะเพื่อให้ผู้อื่นทำการวิจัยในเรื่องคล้ายคลึงหรือต่อเนื่องไปได้ด้วย
          3.5 บทสรุป (conclusion) เป็นการสรุปผลของงานวิจัยโดยย่อและข้อสรุปจากการวิจารณ์
          3.6 เอกสารอ้างอิง (references) เป็นรายชื่อเอกสารที่ใช้อ้างอิงในเนื้อเรื่อง โดยเรียงหมายเลขตามลำดับก่อนหลังที่กล่าวถึงและตรงกับหมายเลขที่อ้างอิงในเนื้อเรื่องซึ่งพิมพ์เป็นตัวยก (superscript) เช่น เนื้อหาบทความ 1-3,8,10 วิธีการเขียนให้เป็นไปตามรูปแบบ Vancouver Style
          วิธีการเขียนเอกสารอ้างอิง
          3.6.1 การอ้างอิงจากวารสาร
            ก. ถ้าผู้เขียนไม่เกิน 6 คน ให้ใส่ชื่อทุกคน ถ้ามากกว่า 6 คน ให้ใส่ ชื่อผู้เขียน 6 คนแรก ตามด้วย “et al.” ในเป็นภาษาอังกฤษ หรือ “และคณะ” ในเป็นภาษาไทย การอ้างอิงจากวารสารภาษาไทยให้พิมพ์ชื่อผู้เขียน โดยใส่ชื่อตัว ตามด้วยนามสกุล และใช้ปีพุทธศักราช
- Al Qabandi AK, Sadowsky C, Be Gole EA. A comparison of the effects of rectangular and round arch wires in levelling the curve of Spee. Am J Orthod Dentofacial Orthop.1999;116(5):522-9.
- Bobak V, Christiansen RL, Hollister SJ, et al. Stress related molar responds to the transpalatal arch : A finite element analysis. Am J Orthod Dentofacial Orthop 1997;112(5):512-8.
- วรรณา สุชาโต และจิราภรณ์ ชัยวัฒน์. การประเมินค่าปกติกะโหลกศีรษะและใบหน้าที่สัมพันธ์กับฟันในคนไทย. ว ทันต 2527;34(5):233-43.

          3.6.2 การอ้างอิงจากหนังสือ
            ก. ผู้แต่งที่เป็นผู้เขียน
- เจน รัตนไพศาล. ทันตวัสดุศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช; 2533. หน้า 1-10.
- Burstone CJ, Nanda R. Retention and stability in orthodontics. Philadelphia: WB Saunders; 1993.p.1-8.
            ข. ผู้แต่งที่เป็นทั้งผู้เขียนและบรรณาธิการ
- Athanasion AE, editor. Orthodontic cephalometry. St. Louis: Mosby-Wolfe; 1995.p.20-5
            ค. ผู้แต่งหลายคนโดยแยกเขียนเฉพาะบทและมีบรรณาธิการของหนังสือ
- Woodside DG, Reed RT, Doucet JD, et al. Some effect of activator treatment on the growth rate of the mandible and position of the midface. In: Cook JT, editor. Transactions of the Third International Orthodontic Congress. London: Crosby Lochwood Staples; 1975.p.459-80.
- ไหม รัตนวรารักษ์. ขอบเขตของวิทยาภูมิคุ้มกัน. ใน: ฤทัย สกุลแรมรุ่ง, บรรณาธิการ. วิทยาภูมิคุ้มกัน. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; พ.ศ. 2542. หน้า 1-4.
          3.6.3 การอ้างอิงจากวิทยานิพนธ์ (thesis)
- Opasatian P. Correlations between the horizontal and vertical facial morphology of class II malocclusion in a group of Thai young adult [thesis].Bangkok: Mahidol University; 1991.
- ณวรรณวดี แก้วผลึก. แรงบดเคี้ยวในโครงสร้างกะโหลกศีรษะและใบหน้าแบบต่างๆ [วิทยานิพนธ์]. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยมหิดล; 2543.
          3.6.4 การอ้างอิงจากบทความที่กำลังรอรับการตีพิมพ์ (articles in press)
- Swasdison S, Apinhasmit W, Siri-upatham C, Tungpisityotin M, Pateepasen R, Suppipat N, et al. Chemical sterilization for barrier membranes is toxic to human gingival fibroblasts. J Dent Assoc Thai. In press 2000.
- สุพจน์ ตามสายลม, วันดี อภิณหสมิต,ชนินทร์ เตชะประเสริฐวิทยา, วนิดา ลีลาวัฒนาพงษ์, นิตยา โชติกเสถียร. ผลกระทบต่อรากฟันของหัวขูดหินน้ำลายสำหรับเครื่องอัลตราโซนิกส์ในการกำจัดหินน้ำลายใต้เหงือก. ว ทันต. กำลังรอรับการตีพิมพ์ 2543.
          3.6.5 การอ้างอิงบทความในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (electronic format)
- Morse SS. Factors in the emergence of infectious diseases. Emerg infect Dis [Internet].1995Jan-Mar [cited 1996Jun 5]; 1(1): [24screens]. Available from: URL:http://www.cdc.gov/ncidod/EID/eid.htm.
          3.6.6 การอ้างอิงเอกสารเฉพาะเรื่องในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (monograph in electronic format)
- CDI, clinical dermatology illustrated [monograph on CD-ROM]. Recves JRT, Maibach H. CMEA Multimedia Group, producers. 2nd ed. Version 2.0. San Diago: CMEA; 1995.
          3.6.7 การอ้างอิงจากเรื่องที่เสนอในการประชุมวิชาการ
- Kimaru J, Shibasaki H, editors. Recent advances in clinical neurophysiology. Proceedings of the 10thInternational Congress of EMG and Clinical Neuro physology; 1995 Oct 15-19; Kyoto, Japan. Amsterdam: Elsevier; 1996.

การเตรียมบทความรายงานผู้ป่วย
            ให้เตรียมคล้ายกับการเตรียมบทความวิจัยโดยแบ่งออกเป็น บทคัดย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ บทนำ รายงานผู้ป่วย บทวิจารณ์ บทสรุป และเอกสารอ้างอิง (ดู template)

การเตรียมบทความปริทัศน์
            ให้เตรียมโดยใช้หลักเกณฑ์การเตรียมบทความวิจัยโดยแบ่งออกเป็น บทคัดย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ บทนำ บทปริทัศน์ บทวิจารณ์ บทสรุป และเอกสารอ้างอิง (ดู template)

การพิจารณากลั่นกรอง
            แต่ละบทความจะได้รับการพิจารณากลั่นกรองโดยผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชานั้นๆ2ท่าน โดยผู้เขียนบทความและผู้ทรงคุณวุฒิไม่ทราบตัวตนและเกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน (double-blinded review system) แล้วจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้เขียนทราบ ในกรณีที่ผู้ทรงคุณวุฒิเสนอแนะให้แก้ไขจะแจ้งให้ผู้เขียนทราบและรับไปพิจารณาแก้ไขหรือชี้แจงเพิ่มเติมจนเป็นที่เรียบร้อยก่อนจึงจะตีพิมพ์

ลิขสิทธิ์
            เพื่อเป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้เขียนต้องกรอกแบบฟอร์มมอบลิขสิทธิ์ ในการจัดพิมพ์แก่วิทยาสารสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย ถ้าหากว่ามีการใช้ตารางหรือรูปภาพของผู้แต่งอื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้แต่งต้องทำการขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อสาราณียกร ก่อนที่เรื่องนั้นจะได้รับการตีพิมพ์ นอกจากนั้นบทความที่ส่งมาตีพิมพ์ต้องมี จดหมายนำส่งพร้อมลายเซ็นของผู้เขียนทุกท่าน ยืนยันว่าบทความที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวิทยาสารฯ นี้เพียงแห่งเดียวเท่านั้น

การตรวจสอบบทความและพิสูจน์อักษร
            ผู้เขียนควรตระหนักถึงความสำคัญในการเตรียมบทความให้ถูกต้องตามรูปแบบของบทความที่วิทยาสารฯ กำหนดตลอดจนตรวจสอบความถูกต้องให้แน่นอนพร้อมทั้งพิสูจน์อักษรก่อนที่จะส่งบทความให้กับสาราณียกร หากการเตรียมบทความถูกต้องตามข้อกำหนดของวิทยาสารฯ แล้วจะทำให้การพิจารณาตีพิมพ์มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และทางฝ่ายสาราณียกรขอสงวน สิทธิ์ที่จะไม่พิจารณาตีพิมพ์บทความที่ส่งมาจนกว่าจะแก้ไขให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของวิทยาสารฯ

การติดต่อเกี่ยวกับบทความ
            ส่งบทความเพื่อตีพิมพ์ หรือหากมีข้อคิดเห็นเกี่ยวกับบทความในวิทยาสารฯ ติดต่อได้ที่ สาราณียกร วิทยาสารสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย ภาควิชาทันตกรรมป้องกัน สาขาวิชา ทันตกรรมจัดฟัน คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 15 ถนน กาญจนวนิช ต. หาดใหญ่ อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา 90112 โทร 074 – 287649
E-mail:

อัตราค่าวิทยาสาร
            กำหนดออกปีละ 2 ฉบับ (ม.ค.-มิ.ย. และ ก.ค.-ธ.ค.) จำหน่ายในประเทศราคาฉบับละ 300 บาท รวม ค่าส่ง และในส่วนที่จำหน่ายต่างประเทศ ราคาฉบับละ US$ 24 รวมค่าส่ง

อัตราค่าสมาชิก ปีละ 300บาท
            การชำระค่าวิทยาสารและค่าสมาชิก
1. ชำระด้วยตนเองเป็นเงินสด หรือเช็คขีดคร่อมสั่งจ่าย “สมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย”
2. ชำระทางไปรษณีย์ด้วยเช็คขีดคร่อมสั่งจ่าย “สมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย” ส่งมาที่

สาราณียกร วิทยาสารสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย ภาควิชาทันตกรรมป้องกัน สาขาวิชาทันตกรรมจัดฟัน คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 15 ถนน กาญจนวนิช ต. หาดใหญ่ อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา 90112 โทร 074 – 287649 

 

Template Files

1.1 manuscript TH.docx

1.2 manuscript EN.docx

1.3 manuscript review TH.docx

1.4 manuscript review EN.docx

1.5 manuscript case report TH.docx

1.6 manuscript case report EN.docx

2 cover letter.docx

3 author profile.docx

4 copyright.docx